เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนดิฉันอายุสามสิบสอง ส่วนน้องชายในแผนกอายุยี่สิบหก เราทำงานด้วยกันมาสองปีกว่า จนชินกับเสียงแซวกันในห้องทำงาน ดิฉันเป็นหัวหน้าทีมที่พูดน้อยเวลาอยู่กับลูกค้า แต่พออยู่กับคนในแผนกเองกลับลื่นปาก เขาก็เป็นลูกน้องที่ทำงานเก่ง ปากเก่ง และมองดิฉันนานกว่าที่ควรจะมองทุกครั้งที่ดิฉันเดินผ่านโต๊ะ
วันนั้นเครื่องของดิฉันค้างตอนต้องส่งไฟล์ให้ลูกค้า ดิฉันเลยไปเปิดเครื่องที่โต๊ะเขาเพราะเขายังไม่ออกไปกินข้าว ระหว่างหาโฟลเดอร์งาน สายตาก็สะดุดแฟ้มบีบอัดแฟ้มหนึ่งที่ตั้งชื่อด้วยชื่อเล่นของดิฉัน หัวใจวูบก่อนสมองจะทันคิด ดิฉันคลิกเปิดออกด้วยมือที่เย็นเฉียบ
ข้างในไม่ใช่รูปงานเลี้ยงบริษัท บางรูปเป็นด้านหลังตอนดิฉันยืนปรินต์เอกสาร บางรูปชิดกระโปรงจนเห็นชายผ้า บางรูปถ่ายจากมุมต่ำตอนดิฉันก้มเก็บของ ดิฉันจำกระโปรงลายทางตัวนั้นได้ดี เพราะเพิ่งใส่ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ชาไปทั้งตัว โมโหและเสียใจปนกันจนคลื่นไส้
ดิฉันก็อปปี้แฟ้มนั้นเก็บไว้ แล้วลบออกจากเครื่องเขา ทิ้งข้อความสั้นๆ ไว้บนจอว่าให้มาคุยกับพี่หลังเลิกงาน แต่พอคิดถึงการแจ้งความ ภาพข่าวในที่ทำงานก็โผล่ขึ้นมาก่อนความสะใจ ดิฉันไม่อยากให้ทั้งออฟฟิศมารุมดูรูปของตัวเอง เลยตัดสินใจว่าจะจัดการกับเขาเองแบบตรงไปตรงมา
อาทิตย์ต่อมาแผนกมีนัดเคลียร์งานกับลูกค้าต่างจังหวัด ค้างคืนหนึ่งคืน ดิฉันจองห้องพักสองห้องที่ติดกันในรีสอร์ตเล็กๆ นอกเมือง ระหว่างทางบนรถตู้เช่า เขาขับ ดิฉันนั่งข้างๆ แกล้งถามเรียบๆ ว่ามองพี่บ่อยๆ มีอะไรจะสารภาพหรือเปล่า
“ไม่มีครับ” เขาหัวเราะเขิน “ชุดพี่สวยดี บุคลิกก็มั่นใจ คนอย่างพี่ใครผ่านไปมาก็ต้องเหลือบมอง”
“ถ่ายเก็บไว้ด้วยหรือเปล่าล่ะ” ดิฉันพูดเบา แต่ไม่ยิ้ม
เขาชะงักพวงมาลัยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกว่าถ่ายเล่นๆ ตอนพี่ไม่ได้เก๊กท่า ดูเป็นธรรมชาติ ดิฉันเลยเปิดแฟ้มในแท็บเล็ตให้เขาเห็นกับตา รถเงียบลงทันที ไฟหน้าสาดถนนมืด เขาจอดข้างทางตามที่ดิฉันบอก
“พี่เห็นหมดแล้ว” ดิฉันหันมาจ้อง “รูปธรรมดาพี่พอเข้าใจได้ว่าสนิทกัน แต่รูปช้อนใต้กระโปรงพี่ไม่ให้อภัยง่ายๆ เธอถ่ายไว้ดูคนเดียวหรือส่งให้ใคร”
สีหน้าเขาซีด เสียงแผ่ว “ดูคนเดียวครับ ไม่เคยส่งใคร ไม่เคยเอาไปลงที่ไหน ผมผิดจริงๆ ครับ พี่จะด่าจะไล่จะแจ้งบริษัท ผมรับได้หมด ขอโทษที่ล่วงเกินพี่”
ดิฉันถามต่อว่าถ่ายมานานแค่ไหน เขาบอกว่าเริ่มจากแอบชอบ มองแล้วอยากเก็บไว้ พอได้ทีก็ทะลึ่งเกินกว่าที่ตัวเองตั้งใจไว้ พอเห็นรูปแล้วตัวเองก็กลัว แต่ลบไม่ลงเพราะยังหลง ดิฉันโมโหจนมือสั่น แต่ก็ได้ยินความจริงที่เขาไม่พยายามแก้ตัว
“ถ้าพี่ให้ดูตรงๆ เธอจะยังแอบอีกไหม” ดิฉันถาม
เขาเม้มปาก “ไม่เอาครับพี่ อย่าทำอะไรเพราะโมโหผมเลย ผมไม่อยากให้พี่ต้องมาแลกกับความผิดของผม ถ้าพี่ไม่สบายใจ บอกให้ผมลาออกก็ได้”
ประโยคนั้นทำให้แผนแก้เผ็ดที่ดิฉันเคยคิดไว้พังลงกลางทาง ดิฉันตั้งใจจะข่มเขาให้สำนึก แต่เขาเลือกถอย ทั้งที่ตาแดงและมือกำพวงมาลัยแน่น ดิฉันบอกให้เขาขับรถต่อ เราไปกินข้าวเงียบๆ แล้วกลับเข้าห้องพักเกือบสี่ทุ่ม
หน้าห้องดิฉันเขาหยุด “พี่ครับ รูปที่เหลือในเครื่องผม เดี๋ยวผมลบให้ดูต่อหน้า พรุ่งนี้ถ้าพี่จะส่งเรื่องถึงผู้จัดการ ผมไม่หนี”
“เข้ามาก่อน” ดิฉันเปิดประตู “พี่ยังไม่เคลียร์ใจ”
ห้องพักเล็ก มีเตียงใหญ่ ผ้าม่านหนา และกลิ่นสบู่จากห้องน้ำ เขาปิดประตูแล้วยืนห่าง ดิฉันนั่งขอบเตียง บอกตรงๆ ว่าเสียใจที่คนสนิททำแบบนั้น และโกรธที่ตัวเองเคยแซวเขาเล่นจนเขาอาจตีความเกิน
“แซวของพี่ไม่ใช่ใบอนุญาตครับ” เขาพูดชัด “ที่ผมทำมันเลยเถิด คนละเรื่องกับที่พี่ล้อเล่น ผมชอบพี่จริง ชอบมาตั้งแต่พี่สอนงานปีแรก แต่ผมไม่มีสิทธิ์ถ่ายพี่แบบนั้น”
ดิฉันเงียบนาน แล้วพูดว่าตัวเองก็ไม่ได้เฉยกับเขามาตลอด เวลาเขาเดินตามไปพบลูกค้า เวลาเขาจำกาแฟที่ดิฉันสั่งได้ เวลาเขามองแล้วรีบหันหนี ดิฉันแกล้งหยอกเพราะชอบเห็นเขาเก้ๆ กังๆ แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีรูปแบบนั้นอยู่ในเครื่อง
“งั้นคืนนี้พี่ขอแบบนี้” ดิฉันมองตาเขา “ลบรูปให้หมดต่อหน้าพี่ จากนี้ถ้าจะมอง ต้องมองตอนพี่รู้ตัว และถ้าจะแตะต้องถามก่อน ถ้าเธอยังอยากอยู่ตรงนี้หลังจากนั้น ค่อยคุยกันว่าเราจะไปต่อยังไง”
เขานั่งลงกับพื้น เปิดเครื่อง ลบทีละแฟ้มให้ดิฉันเห็นจนโฟลเดอร์ว่าง แล้วเงยหน้า “ลบหมดแล้วครับ ผมอยู่ได้ ถ้าพี่ยังอยากให้ผมอยู่”
ดิฉันยื่นมือไปจับมือเขา ฝ่ามืออุ่นและสั่นนิดๆ “พี่อยากให้เธออยู่ แต่ไม่ใช่ในฐานะคนผิดที่ต้องไถ่โทษ พี่อยากให้เธออยู่เพราะพี่อยากด้วย เธออยากไหม”
“อยากครับ” เขาตอบทันที แล้วเติมช้าลง “แต่พี่ต้องพูดอีกทีว่าไม่ใช่เพราะโมโห หรือเพราะอยากให้เรื่องเงียบ”
“ไม่ใช่” ดิฉันก้มลงจูบหน้าผากเขา “พี่อยากมีเธอคืนนี้ ในห้องนี้ สองคน ถ้าตรงไหนพี่ไม่ไหว พี่จะบอกให้หยุด”
“ผมก็เหมือนกันครับ” เขาลุกขึ้นนั่งข้างดิฉัน “ตรงไหนไม่ไหว เดี๋ยวบอกพี่”
จูบแรกช้ามาก ริมฝีปากเขาแห้งเพราะประหม่า ดิฉันอมแล้วยิ้มให้ก่อนจะจูบใหม่ รอบนี้เขากล้าขึ้น ลิ้นแตะลิ้นเบาๆ มือยังไม่ย้ายจากเอว ดิฉันจับข้อมือเขาวางลงบนต้นขาตัวเอง แล้วกระซิบว่าสัมผัสได้
เสื้อเชิ้ตหลุดทีละเม็ด เขาก้มลงจูบไหปลาร้า แล้วถามอีกว่าจะถอดบราให้ไหม ดิฉันพยักหน้า เขาคลายตะขอได้ไม่คล่อง ดิฉันหัวเราะแล้วช่วยเอง เต้านมหลุดออกมา เขามองเหมือนคนกำลังขออนุญาตทั้งที่ได้รับคำแล้ว ดิฉันดึงหัวเขาลง เขาอมหัวนมขวา ลิ้นวนช้า มืออีกข้างอุ้มเต้านมซ้ายไว้ไม่บีบแรง
“แรงได้” ดิฉันหายใจติด “พี่ไม่แตกง่ายอย่างที่เธอคิด”
เขากัดเบาๆ แล้วดูดจนหัวนมตั้งชัน ดิฉันแอ่นหลัง นิ้วสางผมท้ายทอยเขา กระโปรงถูกรั้งขึ้น เขาย่อลงจูบหัวเข่าด้านใน แล้วหยุด “พี่ครับ ตรงนี้ด้วยไหม”
“ด้วย” ดิฉันตอบ ถอดกางเกงในเองโยนไปกองกับเสื้อ “ดูให้ชัดไปเลย จะได้ไม่ต้องแอบอีก”
เขาหอบหัวเราะทั้งที่ตาปรอย “พี่ดุขนาดนี้แล้วยังยั่วได้อีก” แล้วก้มลง ลมหายใจร้อนก่อนลิ้นจะแตะร่องรัก ดิฉันสะดุ้งทั้งตัว เขายื่นลิ้นเลียจากด้านล่างขึ้นมาหาเม็ดเล็กด้านบน ช้า ชุ่ม ฟังเสียงดิฉันก่อนจะเร่ง นิ้วสองนิ้วลูบปากทางเข้า ถามด้วยสายตา ดิฉันพยักหน้า เขาสอดเข้าไปช้าๆ งอนิ้วหาจุดที่ทำให้สะโพกดิฉันกระตุก
ดิฉันไม่ได้อายเสียงตัวเองคืนนั้น ห้องรีสอร์ตเงียบ นอกหน้าต่างมีแต่จิ้งหรีด เสียงเปียกและเสียงครางของดิฉันดังชัด เขาดูดเม็ดเล็กพร้อมกันกับนิ้วที่ขยับเข้าออก จนท้องน้อยดิฉันตึง ขาหนีบหัวเขา แล้วคลายเพราะไม่อยากให้เขาอึดอัด
“พอแล้ว ขึ้นมา” ดิฉันดึงปกเสื้อเขา “พี่อยากได้ท่อนเอ็นเธอ”
เขาสะบัดกางเกงออก ลำกายผอมกว่าที่เสื้อเชิ้ตบังไว้ ท่อนเอ็นตั้งชัน ปลายชุ่มน้ำรักของเขาเอง ดิฉันโอบมือรอบโคน ลูบขึ้นลงสองสามที เขาสะอึก หน้าแดงจนถึงหู “พี่… เดี๋ยวผมไม่ทันได้เข้า”
“ถุงยางอยู่ในกระเป๋าเสื้อพี่” ดิฉันชี้หัวเตียง เขาคว้ามาฉีกซองด้วยมือสั่น สวมให้เรียบ แล้วคุกเข่าอยู่ระหว่างขา ปลายท่อนเอ็นแตะปากร่องรักโดยยังไม่ดัน
“เข้าได้เลยครับ” เขาทวนคำดิฉัน เสียงแหบ
“เข้ามา” ดิฉันตอบ กอดคอเขาไว้
เขาดันช้ามาก ดิฉันอ้าขาให้ แล้วขยับสะโพกรับเองจนลำกลืนหมดโคน ความแน่นทำให้ทั้งคู่หยุดหายใจครู่หนึ่ง เขาซบหน้ากับไหล่ดิฉัน “ข้างในพี่ร้อนจัง”
จังหวะแรกยังตะกุกตะกัก ดิฉันล็อคข้อเท้าที่เอวเขา แล้วกระซิบให้ลึกและช้า เขาเชื่อฟัง ดึงออกเกือบหมดแล้วดันกลับเข้าจนสะโพกชิดกันทุกครั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังในห้องเล็ก เตียงโยกไม่แรงแต่ต่อเนื่อง หัวนมถูกอกเขาครูดทุกจังหวะที่กดลง
ดิฉันพลิกตัวขึ้นคร่อมโดยไม่ให้หลุดจากกัน มือยันอกเขา สะโพกขยับเองเป็นวง เขาแหงนมอง มือประคองเอวไว้ไม่กดบังคับ “พี่สวยมากครับ แบบนี้… แบบที่พี่รู้ตัว”
ประโยคนั้นทำให้น้ำตาผุดนิดหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดิฉันก้มจูบเขาแทนคำตอบ แล้วเร่งสะโพก ร่องรักถูโคนท่อนเอ็นจนเม็ดเล็กเสียวจี๊ด เขาช้อนสะโพกขึ้นรับทุกครั้งที่ดิฉันกดลง นิ้วหัวแม่มือไปวนที่เม็ดเล็กตามจังหวะ ดิฉันครางชื่อเขาขาดๆ ท้องน้อยรัดถี่
“พี่ใกล้แล้ว” ดิฉันบอก
“มาได้เลยครับ ผมอยู่ตรงนี้”
ดิฉันสั่นทั้งตัวตอนน้ำรักพุ่งคลาย ร่องรักหนีบเขาเป็นจังหวะ เขากัดริมฝีปากกลั้นไว้ได้ไม่นาน ดันลึกค้างแล้วปล่อยตาม ลำตัวเกร็งใต้ดิฉัน เสียงครางทุ้มติดคอ เหงื่อสองคนเปียกท้องกัน
เราอยู่แบบนั้นจนหายใจลง เขาจับโคนถุงยางก่อนถอนออก ผูกปากทิ้งในถัง แล้วกลับมานอนกอดจากด้านหลัง ผ้าห่มบางคลุมถึงเอว มือเขาวางบนท้องดิฉัน ไม่ลูบต่อจนกว่าจะถาม
“เมื่อกี้พี่โอเคไหมครับ” เขาถามใกล้ต้นคอ
“โอเค” ดิฉันหันไปจูบข้อนิ้วเขา “และพี่ไม่ได้ให้อภัยรูปพวกนั้นแค่เพราะเมื่อกี้ เมื่อกี้เป็นเพราะพี่อยากได้เธอ คนละบัญชีกัน”
เขาพยักหน้ากับต้นคอ “เข้าใจครับ จากนี้ไม่มีรูปแอบ อะไรจะถ่ายต้องพี่ยืนให้เอง ถ้าพี่ไม่ให้ก็ไม่มี”
เช้าวันรุ่งขึ้นเราออกไปกินข้าวด้วยกันแบบหัวหน้ากับลูกน้องต่อหน้าลูกค้า แต่ใต้โต๊ะเขาขอจับมือหนึ่งครั้งแล้วปล่อย ดิฉันยิ้มเล็กๆ แล้วบอกว่าคืนนี้ถ้างานเสร็จเร็ว ห้องพี่ยังว่าง และประตูจะเปิดก็ต่อเมื่อเขาเคาะแล้วรอคำว่าเชิญ
เขายิ้มมุมปาก “งั้นผมเคาะครับ ไม่บุก”
ดิฉันตอบว่าแบบนั้นแหละที่พี่ต้องการ คนที่เคยแอบมอง วันนี้ต้องมองต่อหน้า และคนที่เคยโกรธจนมือเย็น ก็เลือกเองแล้วว่าจะมอบคืนนี้และคืนต่อๆ ไปให้เขา ด้วยความเต็มใจทั้งคู่







