บริษัทเอกชนที่หนิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ซอยลึกแถวลาดพร้าว ตึกไม่สูงมาก แต่พอแดดเช้าส่องกระจกก็ร้อนจนเสื้อเชิ้ตบางๆ ของหนิงติดแผ่นหลังทุกวัน หนิงอายุยี่สิบแปด ทำงานแผนกเอกสารมาได้สามปี หน้าตาสะอาด หุ่นกระชับจากที่ไปเต้นทุกเย็นพฤหัส กระโปรงทรงสอบเข้ารูปพอดีสะโพก เดินทีไรส้นสูงก็เคาะพื้นโถงดังเป็นจังหวะ
ทุกเช้าที่ก้าวผ่านประตูหมุน หนิงรู้สึกได้ถึงสายตาคนหนึ่งเสมอ สายตานั้นไม่รีบ ไม่หลบ และไม่แสร้งทำเป็นมองกล้องวงจรปิด หนิงรู้ดีว่าเป็นใคร ลุงชัย พนักงานรักษาความปลอดภัยรุ่นใหญ่ที่ยืนเฝ้าโต๊ะหน้าลิฟต์ชั้นล่าง คนในออฟฟิศเรียกกันติดปากว่าลุงชัย ทั้งที่จริงแล้วเขาเพิ่งห้าสิบต้นๆ ผิวคล้ำแดด หน้ามีร่องริ้ว มองเผินๆ ก็เถื่อนๆ หื่นๆ แต่ไม่มีใครเคยว่าเขาดังๆ เพราะเขาทำงานตรงเวลาและไม่เคยไปยุ่งกับใครเกินคำทักทาย
หนิงแอบชอบความรู้สึกนั้นโดยไม่ยอมรับกับใคร สายตาแบบนั้นทำให้เช้าที่น่าเบื่อมีอะไรให้คิดเล่น บางวันเธอจงใจเดินช้าลงตรงหน้าโต๊ะยาม แกล้งก้มจัดสายกระเป๋าให้ชายกระโปรงขยับนิดหนึ่ง แล้วเงยหน้าเจอเขายิ้มมุมปาก หัวใจก็ตุบแรงกว่ากาแฟแก้วแรกเสียอีก ถึงอย่างนั้นหนิงก็ไม่เคยเดินเข้าไปคุยเกินจำเป็น สาวออฟฟิศกับยามรุ่นใหญ่ ถ้าสนิทเกินขอบเขต คนในตึกต้องซุบซิบแน่
วันนั้นงานด่วนกองมาตอนเย็น เพื่อนในทีมอยู่ล่วงเวลาสี่คน รวมหนิงด้วย เอกสารที่ต้องใช้ดันค้างอยู่ชั้นสามซึ่งปิดไฟไปครึ่งชั้นแล้ว เสียงเครื่องปรับอากาศดังฮัมๆ เพื่อนบ่นว่าขี้เกียจขึ้นไป หนิงยกมืออาสาทันที ทั้งที่ปกติเธอไม่ชอบเดินคนเดียวในตึกมืด จริงๆ แล้วเธอเห็นลุงชัยเดินขึ้นบันไดตรวจความเรียบร้อยพอดี หัวใจเต้นแรงด้วยความคิดซนที่เก็บมาหลายเดือน คืนนี้เธออยากแกล้งเขาดูสักครั้ง
พอออกจากห้องทำงาน ลุงชัยเดินสวนมาในชุดยูนิฟอร์มสีกรมท่า กางเกงขายาว เข็มขัดหนังเก่า เขาเหลือบมองหนิงแล้วยิ้มบางๆ หนิงหยุดกลางทาง ใจสู้กับปากอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกไป
“มองอะไรหรือลุง ยืนยิ้มอยู่นั่น คิดอะไรในหัวหรือเปล่าคะ”
ลุงชัยชะงักนิดหนึ่ง แล้วยกมือไหว้แบบคนทำตัวไม่ถูก “ไม่ได้มองอะไรครับคุณหนิง แค่เห็นคนสวยเดินผ่าน ก็เหลือบตาไปเอง”
คำตอบนั้นทำเอาหนิงหมดแรงที่จะดุ เธอยิ้มกึ่งหยอกกึ่งท้า “ตรงไหนสวยคะ ถ้าตอบถูก หนิงมีรางวัลให้”
ทางเดินชั้นนั้นเงียบ ไม่มีใครเดินผ่าน ลุงชัยมองหน้าเธอตรงๆ น้ำเสียงต่ำและช้า “สวยทุกส่วนเลยครับ หน้าตาสะอาด ผิวเนียน หุ่นดี หน้าอกกำลังพอดี ใส่กระโปรงแบบนี้ยิ่งเห็นช่วงเอวกับสะโพกชัด เดินแล้วน่ามองจนลุงยืนนิ่งไม่ไหว”
หนิงหน้าชาไปทั้งใบ เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดขนาดนั้น ประโยคสุดท้ายเขาพูดเบามากจนเกือบกลบด้วยเสียงแอร์ แต่หนิงได้ยินชัดทุกคำ ขาเหมือนเดินไม่ออก ทว่าเธอก็ยังก้าวต่อไปเพราะอายที่จะยืนค้าง
“ลุงจะขึ้นไปกับหนิงไหมคะ ชั้นสามมืด หนิงคนเดียวไม่ค่อยกล้า”
เขาพยักหน้าทันที เดินตามหลังเธอห่างแค่ก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจางๆ ปนกลิ่นตัวผู้ชายที่ทำงานกลางแจ้งมาทั้งวันโชยมาเป็นระยะ หนิงแกล้งไม่หันหลัง แต่มือที่กำสายกระเป๋าชื้นไปหมด ความคิดในหัวเริ่มไม่ใช่เรื่องแกล้งอีกต่อไป มันลามไปถึงภาพที่เธอไม่ควรนึกตอนยังอยู่ในตึก
ถึงห้องเก็บเอกสาร หนิงเปิดไฟนีออนแล้วค้นแฟ้มตามรายการ เพื่อนเขียนไว้เป็นตัวเลข เธอคว้ามาได้สามแฟ้ม กองไว้ในอ้อมแขน ตอนก้าวออกจากประตูส้นสูงสะดุดขอบพรม แฟ้มหลุดมือกระจายเต็มพื้น กระดาษไถลไปใต้โต๊ะ
“เดี๋ยวครับ ลุงช่วยเก็บให้”
ลุงชัยก้มลงทันที หนิงก็ก้มตามเพราะไม่อยากให้เขาลำบากคนเดียว ชายกระโปรงทรงสอบดันรั้งขึ้นสูงกว่าปกติตอนเธอย่อตัว เธอรู้ตัวช้าไปวินาทีหนึ่ง พอเงยหน้าก็เจอสายตาเขาจ้องตรงร่องระหว่างขา ไม่กระพริบ ชุดชั้นในสีเนื้อของหนิงอยู่ตรงนั้นชัดเจนใต้แสงนีออน หนิงตัวร้อนผ่าว อายจนอยากมุดเข้าใต้โต๊ะ แต่ขาไม่ยอมหุบ ใจอีกด้านกลับกระซิบให้เขามองต่อ
ทั้งคู่เก็บกระดาษเงียบไปพักใหญ่ ลุงชัยส่งแฟ้มคืนให้โดยมือสั่นนิดๆ หนิงรับมาแล้วพูดเสียงแหบเพื่อกลบความเขิน
“ลุงมองราวกับไม่เคยเห็นของผู้หญิงมาก่อนเลยนะคะ”
เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ “เคยเห็นครับ แต่ไม่เคยเห็นของใครสวยขนาดนี้ เรียบ เนียน และแฉะจนผ้าชั้นในเปลี่ยนสี”
หนิงสูดลมหายใจเข้าแรง คำพูดนั้นควรทำให้เธอเดินหนี แต่ปากดันเอ่ยสวนไปเอง “งั้นลุงก็ต้องให้หนิงดูไอติมของลุงบ้างสิคะ จะได้เป็นการแลกเปลี่ยน”
ลุงชัยยิ้มกว้างขึ้น ตาเป็นประกาย “ได้ครับ ได้ทุกอย่างที่คุณหนิงอยากดู”
หนิงรีบกอดแฟ้มไว้ชิดอก “หนิงเอาเอกสารไปให้เพื่อนก่อน แล้วจะกลับมา ลุงรอตรงห้องพักยามชั้นนี้ได้ไหมคะ ห้องนั้นไม่มีใครใช้ตอนดึก”
เขาพยักหน้า หนิงเดินลงไปส่งแฟ้มให้เพื่อนอย่างเร็ว บอกว่าบ้านมีธุระด่วน ขอกลับก่อน เพื่อนโบกมือลาโดยไม่สงสัยอะไร หนิงเก็บของส่วนตัวใส่กระเป๋า หัวใจเต้นรัวจนหูอื้อ แล้วรีบขึ้นลิฟต์กลับไปชั้นสาม
ห้องพักยามเล็กๆ เปิดไฟๆ ลุงชัยนั่งรออยู่บนเก้าอี้ตัวเก่า พอเห็นหนิงเขาก็ลุกขึ้น รูดซิปกางเกงลงช้าๆ แล้วดึงผ้าในออก ท่อนเอ็นของเขาเด้งตั้งตรงอยู่ตรงหน้าหนิง ห่างจากใบหน้าเธอไม่ถึงคืบ ลำยาวเกือบเท่าฝ่ามือสองฝ่าเรียงกัน ใหญ่กว่าของแฟนเก่าที่หนิงเคยมีชัดเจน เส้นเลือดปูดตามลำ ปลายบานสีคล้ำ และมีน้ำใสๆ ซึมที่รูปลาย ส่งกลิ่นตัวผู้ชายจัดจ้านจนหนิงหายใจถี่
“นี่ไงครับไอติมของลุง” เขาพูดแผ่ว “ถ้าอยากเล่น ก็จับได้เลย รูดให้ลุงหน่อย”
หนิงยิ้มเขินแต่ตาเป็นประกาย เธอคุกเข่าลงบนพื้นกระเบื้องเย็น เอื้อมมือไปโอบรอบลำนั้น อุ่น แข็ง และเต้นตุบๆ ในฝ่ามือ พอรูดขึ้นลงเบาๆ มันยิ่งบวมตึง น้ำรักใสไหลเยิ้มเคลือบนิ้วเธอ ลุงชัยครางในลำคอ
“ชอบไหมครับ อยากชิมก็ชิมได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
หนิงเงยหน้ามองเขา แล้วยื่นลิ้นแตะปลายท่อนเอ็น เลียวนรอบหัวช้าๆ รสเค็มจางๆ ติดลิ้น เธอดูดปลายเข้าออกเบาๆ ดังจุ๊บๆ ลุงชัยสูดหายใจแรง
“ซี๊ดดด อ่า ดูดเก่งจังนะหนิง คงดูดให้แฟนบ่อยสินะ”
หนิงผละปากออกมายิ้ม “แน่นอนค่ะ ดูดให้แฟนจนคล่องปาก ลุงชอบไหมคะ”
ไม่รอคำตอบเธอก้มลงอมลึกกว่าเดิม เลื่อนปากขึ้นลงตามจังหวะมือ ลิ้นกดใต้ลำทุกครั้งที่รูดออก ลุงชัยครางไม่หยุด “ซี๊ดดด อ่า หนิง ปากหนิงนุ่มเหลือเกิน” มือหยาบของเขาเลื่อนลงมาวางบนเต้านมหนิงที่ยังอยู่ในเสื้อ บีบนวดช้าๆ ก่อนจะสอดเข้าไปในเสื้อชั้นใน จับเนื้อนมเต็มฝ่ามือ นิ้วด้านๆ ถูกหัวนมจนหนิงขนลุกทั้งตัว เธออมต่อไปพร้อมส่งเสียงฮัมในลำคอ
สักพักลุงชัยอุ้มไหล่เธอให้ลุกขึ้น “พอแล้วครับ ลุงขอแลกบ้าง อยากเห็นหนิงทั้งตัว”
หนิงยืนตัวสั่นตรงหน้าเขา มือไปที่กระดุมเสื้อเชิ้ต ปลดทีละเม็ดอย่างช้า จนเผยเสื้อชั้นในลูกไม้สีเนื้อ เธอถอดเสื้อออก พับวางบนเก้าอี้ แล้วเอื้อมไปด้านหลังปลดตะขอ เต้านมเด้งหลุดออกมา หัวนมชูตั้งเพราะความตื่น กระโปรงตามลงไปกองที่ข้อเท้า พร้อมกางเกงในที่เปียกโชกตรงกลาง หนิงยืนโป้เปลือยต่อหน้าเขา อายจนแก้มร้อน แต่ไม่ยกมือปิดตัว
ลุงชัยมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดเสียงแหบ “หนิงสวยกว่าผู้หญิงที่ลุงเคยได้สัมผัสมาทั้งชีวิต ผิวอย่างนี้ นมอย่างนี้ หีอย่างนี้ ลุงไม่นึกว่าจะได้เห็นของจริง”
หนิงสะดุ้งกับถ้อยคำหยาบนั้น แต่ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็ดึงเธอเข้ามากอด จูบแรง สอดลิ้นเข้ามาในปาก ตวัดเลียลิ้นหนิงดังจ๊วบๆ มือข้างหนึ่งบีบสะโพก อีกข้างล้วงลงไประหว่างขา นิ้วสากๆ แหวกกลีบที่แฉะ แล้วสอดเข้าไปในร่องรักที่บีบรัดนิ้วเขาทันที
“ซี๊ดดด อ่า ลุง” หนิงครางทั้งที่ปากยังถูกจูบ ขาอ่อนสั่น
เขานั่งลงบนเก้าอี้แล้วดึงหนิงมายืนคร่อมระหว่างเข่า ปากเม้มหัวนมข้างหนึ่ง ดูดแรงจนดังจ๊วบ ฟันขบเบาๆ ที่ปลายนม นิ้วสองนิ้วคว้านเข้าออกในรูเสียวของเธอ น้ำรักไหลเปื้อนข้อมือเขา หนิงกำไหล่เขาแน่น ครางไม่เป็นภาษา
จากนั้นลุงชัยเลื่อนปากลงต่ำ ดันให้หนิงยืนพิงขอบโต๊ะ เขาแหวกขาเธอออก ลิ้นยาวดันเลียร่องรักจากด้านล่างขึ้นบน ปาดกลีบ ดูดน้ำคาวดังจูบๆ แล้วเม้มติ่งเสียวตรงบนสุด ขบเบาๆ สลับดูด หนิงเข่าทรุด มือสองข้างกำขอบโต๊ะจนข้อนิ้วขาว
“อีคนสวยของลุง” เขาพูดทั้งที่ปากยังไม่ผละ “วันนี้ลุงจะทำให้หนิงบานจนเดินไม่ไหว”
“ซี๊ดดด โอ้ย เย็ดหนิงเถอะค่ะ” หนิงพูดขาดเป็นช่วง “หนิงไม่ไหวแล้ว เย็ดหีหนิงทีค่ะ”
ลุงชัยลุกขึ้นทันที จับท่อนเอ็นที่ชุ่มน้ำจากปากหนิงเมื่อครู่ ทาวนไปมาระหว่างกลีบสี่ห้าครั้งให้ลื่น แล้วดันปลายบานเข้าไปที่เดียวจนสุดลำ หนิงแอ่นตัว ปากอ้า
“โอ้ยยย ซี๊ดดด เต็มไปหมดค่ะ”
เขาแช่ค้างไว้ให้เธอชินกับขนาด มือนวดเต้านมทั้งสองข้าง หัวนมถูกนิ้วถูไปมา จากนั้นจึงขยับเอวช้าๆ แล้วเร็วขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบกันดังแปะๆ ในห้องเล็ก หนิงทั้งเจ็บทั้งเสียว น้ำตาซึมที่หางตา แต่เธอกอดคอเขาไว้ไม่ยอมให้ถอย พอผ่านไปได้ครู่หนึ่งความเจ็บจาง เหลือแต่คลื่นเสียวที่ซัดขึ้นท้องน้อยทุกครั้งที่เขาซอยลึก
“ซี๊ดดด อ่า ลุง แรงได้อีกค่ะ” หนิงกระซิบข้างหูเขา
ลุงชัยก้มดูดหัวนมสลับกับซอยเอว เก้าอี้โยกตามจังหวะ หนิงเกร็งแตกครั้งแรกโดยที่ยังยืนไม่ไหว ร่องรักบีบรัดลำเขาเป็นระลอก น้ำรักไหลนองต้นขา เขาไม่หยุด อุ้มเธอขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะ ดึงสะโพกมาชิดแล้วซอยต่อ หนิงแตกซ้ำอีกครั้ง เสียงครางทุ้มปนเสียงหายใจของทั้งคู่จนห้องอับไปด้วยกลิ่นน้ำคาว
ลุงชัยขบฟัน เอวกระแทกถี่ช่วงสุดท้าย “ลุงจะแตกในนะหนิง”
“ได้ค่ะ แตกในหนิงได้เลย”
เขาส่งสะโพกจนสุดลำ ตัวสั่น น้ำรักอุ่นๆ พุ่งเข้าไปในท้องน้อยหนิงเป็นชุดยาว หนิงครางหลงจังหวะ ขาหนีบเอวเขาไว้จนเขาปล่อยหมด ทั้งคู่หายใจหอบทับกันอยู่พักใหญ่ เหงื่อหยดจากคางเขาลงบนอกเธอ
พอท่อนเอ็นเริ่มอ่อน เขาค่อยๆ ถอนออก น้ำขาวข้นไหลย้อยตามร่องรักหนิง ลุงชัยมองหน้าเธอแล้วพูดเบาลงมาก
“ขอโทษนะที่เมื่อกี้พูดแรงไป ลุงไม่ได้ตั้งใจดูถูก แค่ตอนนั้นลุงหมดสติไปกับหนิง”
หนิงยิ้มเขิน แก้มยังแดง “หนิงไม่ได้โกรธค่ะ หนิงเองก็พูดแรงเหมือนกัน” เธอเงยหน้ามองท่อนเอ็นที่ยังชุ่ม “ลุงจะให้หนิงทำความสะอาดให้ไหมคะ”
เขาพยักหน้า หนิงก้มลงเลียน้ำรักที่เปรอะลำเขาจนสะอาด ดูดเบาๆ อีกครั้งก่อนผละปาก แล้วรีบลุกไปเก็บเสื้อผ้า มือสั่นตอนติดตะขอเสื้อชั้นใน กระโปรงรูดขึ้น ส้นสูงใส่ได้ข้างหนึ่งก่อนจะต้องนั่งพักเพราะขาสั่น
ลุงชัยช่วยหยิบกระเป๋าให้ “คืนนี้กลับดีๆ นะครับ พรุ่งนี้หนิงจะมาให้ลุงเจออีกเมื่อไร”
หนิงไม่ได้ตอบเป็นคำ เธอยิ้มมุมปาก เดินออกจากห้องพักยามไปกดลิฟต์ โถงชั้นล่างว่างเปล่า รปภ.กะดึกอีกคนพยักหน้าให้เธอโดยไม่รู้เรื่องอะไร หนิงขึ้นรถตู้กลับบ้าน นั่งชิดหน้าต่าง ระหว่างขายังอุ่นและตึงอยู่ตลอดทาง
เช้าวันรุ่งขึ้นหนิงโทรหาหัวหน้าตั้งแต่หกโมง บอกว่าเป็นไข้ ขอลาสองวัน เธอนอนคว่ำอยู่บนเตียง ค่อยๆ ลูบท้องน้อยที่ยังปวดหน่วง ความอายผสมความตื่นทุกครั้งที่นึกถึงสายตาลุงชัยใต้กระโปรง และคำถามที่เขายิงตอนเธอจะจากไป วันที่สองอาการเจ็บทุเลา แต่หน้าเธอยังร้อนทุกครั้งที่เปิดแชทกลุ่มออฟฟิศ
พอถึงวันที่สามหนิงตั้งใจแต่งตัวเรียบกว่าปกติ กระโปรงยาวกว่าเดิมหนึ่งคืบ เดินเข้าตึกด้วยหัวใจที่เตรียมไว้แล้วว่าจะต้องสบตาเขาให้ได้ แต่โต๊ะหน้าลิฟต์ว่าง ป้ายเวรเขียนว่าลุงชัยลาพักสองวันเพราะไปต่างจังหวัดช่วยงานบ้านญาติ หนิงยืนอ่านป้ายนั้นนานกว่าที่ควร แล้วค่อยยิ้มกับตัวเองในกระจกลิฟต์
สองวันนี้เธอมีเวลาหายเจ็บ และมีเวลาตัดสินใจว่าเช้าวันไหนที่เขากลับมาเฝ้าประตู เธอจะเดินช้าลงตรงหน้าโต๊ะยามอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อแกล้ง และไม่ต้องรอให้แฟ้มหล่นก่อน







